หน้าแรก > ข้อมูล > รายละเอียดข่าว
ติดตาม ปัญหาความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับยูเครน/นาโต้ อย่างใกล้ชิด
2022-02-21 09:45:17
more 
594
  • สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดการเงินผันผวนหนักและปิดรับความเสี่ยงจากความกังวลว่ารัสเซียจะบุกโจมตียูเครน

  • ปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน/นาโต้ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด โดยทิศทางของความขัดแย้งดังกล่าวอาจส่งผลต่อแนวโน้มตลาดการเงินในระยะสั้นได้

  • ผู้เล่นในตลาดจะยังคงอยู่ในภาวะระมัดระวังตัวและพร้อมปิดรับความเสี่ยงอย่างรวดเร็ว หากรัสเซียเปิดฉากโจมตียูเครน ซึ่งจะหนุนให้สินทรัพย์ปลอดภัย อาทิ เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น พร้อมกับราคาทองคำที่อาจปรับตัวขึ้นต่อได้ ส่วนเงินบาทอาจไม่ได้อ่อนค่าไปมาก แม้ตลาดจะปิดรับความเสี่ยง เนื่องจากเงินบาทยังคงได้แรงหนุนจากโฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรทองคำ ทั้งนี้ต้องติดตามทิศทางฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติว่าจะเริ่มขายทำกำไรหุ้นไทยมากขึ้นหรือไม่ หลังจากในช่วงที่ผ่านมาฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติได้ไหลเข้าสินทรัพย์ไทยและหนุนให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น อนึ่ง ในระยะสั้น เรามองว่า แนวรับสำคัญยังคงเป็นโซน 32.00 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งคาดว่าผู้นำเข้าก็ต่างรอซื้อเงินดอลลาร์และนักลงทุนต่างชาติบางส่วนก็อยากขายทำกำไร ณ โซนดังกล่าว

  • มองกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้
    32.00-32.40
    บาท/ดอลลาร์

มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก

  • ฝั่งสหรัฐฯ – ตลาดคาดว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไป PCE สหรัฐฯ ในเดือนมกราคมมีแนวโน้มเร่งตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 6.0% ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน Core PCE ซึ่งไม่รวมราคาอาหารสดและพลังงานก็เร่งขึ้นแตะระดับ 5.1% เช่นกัน ซึ่งแนวโน้มเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นและอาจอยู่ในระดับสูงนานกว่าคาด จะส่งผลให้เฟดสามารถใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น โดยเรามองว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยนโยบายได้ราว 0.25% ในการประชุม FOMC เดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ ทั้งนี้ ภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง สะท้อนผ่านดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตและการบริการ (Markit Manufacturing & Services PMIs) เดือนกุมภาพันธ์ ที่จะปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 56 จุด และ 53 จุด (ดัชนีเกินระดับ 50 จุด หมายถึงภาวะขยายตัว)

  • ฝั่งยุโรป – ความเสี่ยงสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังและติดตามอย่างใกล้ชิด โดยตลาดการเงินพร้อมปิดรับความเสี่ยงอย่างรวดเร็ว หากทั้งสองฝ่ายเปิดฉากโจมตี ซึ่งภาวะดังกล่าวอาจหนุนให้ผู้เล่นในตลาดเลือกที่จะเทขายสินทรัพย์เสี่ยงและถือสินทรัพย์ปลอดภัย อาทิ เงินดอลลาร์ เงินเยน (JPY) รวมถึงทองคำและพันธบัตรรัฐบาลได้ สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าสนใจ ตลาดประเมินว่า สถานการณ์การระบาดของโอมิครอนในยุโรปที่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากนักจะทำให้ทั้งภาคการผลิตและการบริการกลับมาขยายตัวในอัตราเร่งขึ้นได้ โดยดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการในเดือนกุมภาพันธ์จะปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 58.7 จุด และ 52 จุด ตามลำดับ นอกจากนี้ ตลาดยังมองว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจเยอรมนี (Ifo Business Climate) เดือนกุมภาพันธ์ยังมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นแตะระดับ 96.5 จุด สะท้อนมุมมองของภาคธุรกิจต่อทิศทางสภาวะธุรกิจที่เป็นบวกมากขึ้น หลังการระบาดโอมิครอนเริ่มคลี่คลายลง ทว่าปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามยังคงเป็นประเด็นความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่อาจบานปลายสู่สงครามได้

  • ฝั่งเอเชีย – ตลาดประเมินว่าผลกระทบจากการระบาดของโอมิครอนในญี่ปุ่นอาจทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจของภาคการบริการญี่ปุ่นยังคงหดตัวอยู่ โดย ดัชนี PMI ภาคการบริการในเดือนกุมภาพันธ์จะยังอยู่ที่ระดับ 48 จุด ทั้งนี้ แนวโน้มสถานการณ์การระบาดที่อาจผ่านจุดเลวร้ายสุดไปแล้ว กอปรกับการที่รัฐบาลไม่ได้ประกาศใช้ State of Emergency จะช่วยหนุนให้ภาคการบริการของญี่ปุ่นกลับมาขยายตัวได้ อนึ่ง แนวโน้มการฟื้นตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจนิวซีแลนด์และเกาหลีใต้ รวมถึงแรงกดดันจากเงินเฟ้อ อาจหนุนให้ธนาคารกลางทั้งสองประเทศสามารถทยอยขึ้นดอกเบี้ยนโยบายได้ โดยตลาดมองว่า ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (RBNZ) และธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) อาจปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นสู่ระดับ 1.00% และ 1.50% ตามลำดับ ส่วนในฝั่งประเทศจีน แนวโน้มการบริโภคที่ยังคงซบเซาอยู่ สะท้อนผ่านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ชะลอลง อาจหนุนให้ธนาคารกลางจีน (PBOC) คงอัตราดอกเบี้ยลูกหนี้ชั้นดี (Loan Prime Rate) ประเภท 1 ปี และ 5 ปี ไว้ที่ระดับ 3.70% และ 4.60% ตามลำดับ และอาจปรับลดลงได้ในอนาคตเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวเศรษฐกิจ

  • ฝั่งไทย – ตลาดมองว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4 ของปีที่ผ่านมาอาจโตได้ +0.7%y/y ตามการผ่อนคลายมาตรการ Lockdown และทยอยเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้ตลอดทั้งปี 2021 เศรษฐกิจอาจโตได้ราว +1.0%y/y ส่วนยอดการส่งออกในเดือนมกราคมมีแนวโน้มขยายตัวราว +18%y/y ตามภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกหลังการระบาดโอมิครอนไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากนัก อย่างไรก็ดี ยอดการนำเข้าอาจพุ่งขึ้นกว่า +21%y/y จากราคาสินค้าพลังงานที่เร่งตัวสูงขึ้น ทำให้ดุลการค้าในเดือนมกราคมอาจขาดดุลเล็กน้อย อนึ่ง ควรติดตามสถานการณ์การระบาดโอมิครอนในประเทศหลังยอดผู้ติดเชื้อยังคงพุ่งสูงขึ้นและอาจสร้างแรงกดดันต่อระบบสาธารณสุขได้ หากอัตราครองเตียงเริ่มพุ่งขึ้น

Weekahead carlendarWeekahead carlendar

คำสั่ง:
เนื้อหาของบทความนี้ไม่ได้แสดงถึงมุมมองของเว็บไซต์ FxGecko เนื้อหามีไว้เพื่อการอ้างอิงเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยง เลือกอย่างระมัดระวัง! หากมีปัญหาใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา ลิขสิทธิ์ ฯลฯ โปรดติดต่อเราและเราจะทำการปรับเปลี่ยนโดยเร็วที่สุด!

บทความที่เกี่ยวข้อง

您正在访问的是FxGecko网站。 FxGecko互联网及其移动端产品是中国香港特别行政区成立的Hitorank Co.,LIMITED旗下运营和管理的一款面向全球发行的企业资讯査询工具。

您的IP为 中国大陆地区,抱歉的通知您,不能为您提供查询服务,还请谅解。请遵守当地地法律。