หน้าแรก > ข้อมูล > รายละเอียดข่าว
ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 36.52 แข็งค่าสอดคล้องภูมิภาค จับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐคืนนี้ โดย InfoQuest
2024-05-16 04:10:05
more 
947

InfoQuest - นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 36.52 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจาก ช่วงเช้าเปิดตลาดที่ระดับ 36.59 บาท/ดอลลาร์ ระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 36.49-36.58 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทเคลื่อนไหวในทิศทางสอดคล้องกับสกุล เงินในภูมิภาคที่แข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบดอลลาร์ เนื่องจากบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ย่อตัวลง สำหรับคืนนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่ตลาดรอติดตาม คือ การรายงานตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) และยอดค้าปลีก เดือนเม.ย. "หากเงินเฟ้อสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าตลาดคาด ก็จะทำให้ดอลลาร์อ่อนค่า และมีโอกาสมากขึ้นที่เฟดจะลดดอกเบี้ยในปีนี้ แต่ถ้า เงินเฟ้อ ออกมาสูงกว่าคาด ก็มีโอกาสที่เฟดจะไม่รีบลดดอกเบี้ย และยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงต่อไป" นักบริหารเงิน ระบุ นักบริหารเงิน คาดว่าพรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 36.45 - 36.65 บาท/ดอลลาร์

* ปัจจัยสำคัญ

- เงินเยน อยู่ที่ระดับ 155.80 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 156.34 เยน/ดอลลาร์ - เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.0826 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.0818 ดอลลาร์/ยูโร - ดัชนี ปิดวันนี้ที่ 1,370.44 จุด ลดลง 6.13 จุด (-0.45%) มูลค่าซื้อขาย 49,685.70 ล้านบาท - สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 2,673.47 ล้านบาท - ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือนเม.ย.67 อยู่ที่ระดับ 62.1 ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 เนื่องจากผู้บริโภคเห็นว่า เศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวช้า ตลอดจนปัญหาค่าครองชีพสูง คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ยังคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 2.50% การส่ง ออกไทยเดือนมี.ค.67 กลับมาติดลบอีกครั้งในรอบ 8 เดือน รวมทั้งผู้บริโภคยังกังวลต่อปัจจัยเสถียรภาพทางการเมือง ภายหลังมีรัฐมนตรี ยื่นลาออกหลังการปรับ ครม. - ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยผลสำรวจความเห็นของผู้ประกอบการ พบว่ายังมีความ กังวลต่อนโยบายการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 400 บาทเท่ากันทั่วประเทศ เนื่องจากมองว่าการปรับขึ้นค่าแรงควรขึ้นตามศักยภาพของ แต่ละจังหวัด และแต่ละธุรกิจมากกว่า พร้อมกันนี้ต้องการให้ภาครัฐมีมาตรการช่วยเยียวยาผู้ประกอบการ เพราะการปรับขึ้นค่าแรง เป็น ภาระต้นทุนโดยตรงที่เพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการ - ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนเม.ย. 67 อยู่ที่ระดับ 90.3 ปรับตัวลดลงจาก 92.4 ในเดือนมี.ค. 67 เป็น ผลมาจากการชะลอตัวของอุปสงค์ในประเทศ เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจมีความไม่แน่นอน ส่งผลให้ประชาชนระมัดระวังการใช้จ่าย ส่วนผู้ ประกอบการโดยเฉพาะ SMEs มีความกังวลต่อนโยบายการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาทต่อวันเท่ากันทั่วประเทศ - กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) แนะนำให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก โดยดำเนินการใน ลักษณะค่อยเป็นค่อยไป หลังจากที่ BOJ ได้ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปีในการประชุมเมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่าน มา - ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะกลาง (MLF) ระยะ 1 ปีซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ของจีนไว้ที่ระดับ 2.50% ในวันนี้ เป็นการสัญญาณว่า ธนาคารกลางจีนมีความตั้งใจจะพยุงเศรษฐกิจให้ฟื้นตัว โดยไม่สร้างแรงกดดันต่อสกุล เงินหยวน - กระทรวงพาณิชย์จีน ออกแถลงการณ์โจมตีรัฐบาลสหรัฐ ที่ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเป็นวงกว้าง และประกาศว่า จะใช้มาตรการตอบโต้การกระทำดังกล่าว ขณะที่ รมว.คลัง ระบุว่า การที่รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้ารอบใหม่จากจีนนั้น จะช่วยปกป้องธุรกิจและแรงงานของสหรัฐ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าในสหรัฐ

กดอ่านข่าวต้นฉบับจาก InfoQuest

คำสั่ง:
เนื้อหาของบทความนี้ไม่ได้แสดงถึงมุมมองของเว็บไซต์ FxGecko เนื้อหามีไว้เพื่อการอ้างอิงเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยง เลือกอย่างระมัดระวัง! หากมีปัญหาใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา ลิขสิทธิ์ ฯลฯ โปรดติดต่อเราและเราจะทำการปรับเปลี่ยนโดยเร็วที่สุด!

บทความที่เกี่ยวข้อง

您正在访问的是FxGecko网站。 FxGecko互联网及其移动端产品是中国香港特别行政区成立的Hitorank Co.,LIMITED旗下运营和管理的一款面向全球发行的企业资讯査询工具。

您的IP为 中国大陆地区,抱歉的通知您,不能为您提供查询服务,还请谅解。请遵守当地地法律。