หน้าแรก > ข้อมูล > รายละเอียดข่าว
ดาวโจนส์พลิกร่วงแดนลบ หลังผู้บริโภคเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อ โดย InfoQuest
2024-05-14 10:10:03
more 
533

InfoQuest - ดัชนีดาวโจนส์พลิกปรับตัวลงสู่แดนลบ หลังผู้บริโภคเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อ ซึ่งจะเป็นปัจจัยทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ตรึงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงยาวนานกว่าที่คาดไว้

ณ เวลา 22.33 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 39,505.53 จุด ลบ 7.31 จุด หรือ 0.02%

ผลการสำรวจของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก พบว่า คาดการณ์เงินเฟ้อในเดือนเม.ย.ของผู้บริโภคในระยะเวลา 1 ปีข้างหน้าอยู่ที่ระดับ 3.3% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.2566 และเพิ่มขึ้นจากระดับ 3.0% ที่คาดการณ์ในเดือนมี.ค.

คาดการณ์เงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อจากราคาบ้านและค่าเช่าบ้าน รวมทั้งเงินเฟ้อจากพลังงาน

ส่วนคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภคในระยะเวลา 5 ปี เพิ่มขึ้น 0.2% สู่ระดับ 2.8%

อย่างไรก็ดี คาดการณ์เงินเฟ้อในระยะเวลา 3 ปี ลดลง 0.1% สู่ระดับ 2.8%

ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 100 จุดในช่วงแรก โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ รวมทั้งการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง

ทั้งนี้ บริษัทจำนวน 92% ในดัชนี S&P 500 ได้เปิดเผยผลประกอบการประจำไตรมาส 1/2567 แล้ว โดยบริษัทเกือบ 80% จากจำนวนดังกล่าวมีกำไรสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

หากดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดในแดนบวกวันนี้ ก็จะทำสถิติปรับตัวขึ้น 9 วันติดต่อกัน

นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ในสัปดาห์นี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้กำหนดเวลาในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ

ทั้งนี้ นายพาวเวลมีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ในวันพรุ่งนี้ (14 พ.ค.) เวลา 21.00 น.ตามเวลาไทย ในการประชุมประจำปีของสมาคมธนาคารต่างชาติที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์

ล่าสุด นายพาวเวลกล่าวหลังการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 1 พ.ค.ว่า เฟดจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งต่อไปซึ่งจะมีขึ้นในเดือนมิ.ย.

FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ โดยจะเกิดขึ้นในเดือนก.ย.และธ.ค.

มอร์แกน สแตนลีย์ออกรายงานระบุว่า เฟดจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. จากเดิมที่คาดไว้ในเดือนก.ค.

นอกจากนี้ มอร์แกน สแตนลีย์คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% จำนวน 3 ครั้งในปีนี้ โดยเกิดขึ้นในเดือนก.ย.,พ.ย.และธ.ค.

การกล่าวสุนทรพจน์ของนายพาวเวลจะมีขึ้น ก่อนที่กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือนเม.ย.ในวันพุธนี้

ทั้งนี้ ผลการสำรวจนักวิเคราะห์คาดว่า ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.4% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 3.5% ในเดือนมี.ค.

เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.4% ในเดือนเม.ย. จากระดับ 0.4% ในเดือนมี.ค.

ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน คาดว่าปรับตัวขึ้น 3.6% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 3.8% ในเดือนมี.ค.

เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนเม.ย. จากระดับ 0.4% ในเดือนมี.ค.

กดอ่านข่าวต้นฉบับจาก InfoQuest

คำสั่ง:
เนื้อหาของบทความนี้ไม่ได้แสดงถึงมุมมองของเว็บไซต์ FxGecko เนื้อหามีไว้เพื่อการอ้างอิงเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยง เลือกอย่างระมัดระวัง! หากมีปัญหาใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา ลิขสิทธิ์ ฯลฯ โปรดติดต่อเราและเราจะทำการปรับเปลี่ยนโดยเร็วที่สุด!

บทความที่เกี่ยวข้อง

您正在访问的是FxGecko网站。 FxGecko互联网及其移动端产品是中国香港特别行政区成立的Hitorank Co.,LIMITED旗下运营和管理的一款面向全球发行的企业资讯査询工具。

您的IP为 中国大陆地区,抱歉的通知您,不能为您提供查询服务,还请谅解。请遵守当地地法律。